วิดีโอ -ความประทับใจและข้อเสนอแนะจากสมาชิกและผู้เข้าร่วมอบรม Next จากสมาคมบัณฑิตตาบอดไทย

วันที่ 29 มิถุนายน 2562 สมาคมบัณฑิตตาบอดไทยจัดกิจกรรมให้ความรู้การใช้งานแอพพลิเคชั่น Next ให้กับสมาชิกและผู้สนใจจำนวน 10 ท่านกับกิจกรรมครั้งที่1 ของ TGSB IT
ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะและความประทับใจเป็นอย่างไรติดตามกันได้

Advertisement

ประกาศคณะกรรมการบริหารสมาคมบัณฑิตตาบอดไทย ฉบับที่ 5 / 2562 เรื่อง การขอรับสวัสดิการประจำปี 2562

Logo TGSB

สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย แจ้งให้สมาชิกทราบว่า สามารถยื่นขอรับสวัสดิการ ส่งเสริมการเรียนรู้และการเข้าถึงเทคโนโลยีของบัณฑิตตาบอดไทย ประจำปี 2562 (เมษายน 2562 ถึง มีนาคม 2563) ได้โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. ผู้มีสิทธิ์ขอรับสวัสดิการนี้จะต้องเป็นสมาชิกสามัญของสมาคมบัณฑิตตาบอดไทยและได้เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ของสมาคม
สมาชิกที่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมได้ สามารถได้รับคืนสิทธิ์สวัสดิการประจำปีจากสมาคม เมื่อท่านได้รับการอนุมัติ  หนังสือขอลาประชุม ใหญ่ของท่านและได้เข้าร่วมในกิจกรรมที่ทางสมาคมจัดขึ้นครบ 2 ครั้ง
การขอลาประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาชิกให้กระทำโดยการยื่นหนังสือขอลาประชุม เป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมชี้แจงเหตุผลหรือความจำเป็นในการลาประชุม ภายใน 15 วันนับจากวัน ประชุมใหญ่ ตามที่ได้แจ้งไปแล้วในหนังสือเชิญประชุม ซึ่งหนังสือขอลาประชุมของท่านจะได้รับการ พิจารณาจากทางคณะกรรมการสมาคมในการประชุมกรรมการสมาคมครั้งถัดไป
2 สมาชิกสามารถขอยื่นรับสวัสดิการซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ 2 หมวดอัน ได้แก่
2.1 การเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการลงทะเบียนเรียน เข้าร่วมการ อบรมสัมมนา หรือเข้าร่วมในหลักสูตรระยะสั้นต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มพูนความรู้ของบัณฑิต ตาบอด การขอรับการสนับสนุนในกรณีนี้ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการศึกษาออนไลน์และ ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อสื่อการเรียนรู้อันได้แก่หนังสือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์และโปรแกรมเพื่อการ เรียนรู้ต่าง ๆ
2.2 เทคโนโลยีเครื่องช่วยเหลือและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยขจัดอุปสรรค หรือส่งเสริม การใช้ชีวิตอิสระของบัณฑิตตาบอด ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในการซื้อหาเทคโนโลยีที่สามารถขจัดอุปสรรค ในการเข้าถึง การเรียนรู้ ข้อมูลข่าวสารและการใช้ชีวิตอิสระของ บัณฑิตตาบอด อันได้แก่อุปกรณ์ที่ ช่วยในการบันทึกเนื้อหาในขณะเข้าร่วมกิจกรรม อุปกรณ์ ที่ช่วยด้านการเดินทาง อุปกรณ์ที่มี คุณสมบัติพิเศษ ที่ทำให้คนตาบอดสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์นั้นได้ เช่นการอ่าน หน้าจอ อุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มการมองเห็นของผู้มีสายตาเลือนราง (ดูตัวอย่างรายการขอรับสวัสดิการ เพิ่มเติมได้ตามเอกสารแนบท้ายประกาศฉบับนี้)
3. สมาชิกแต่ละท่านสามารถขอรับสวัสดิการ สนับสนุนค่าใช้จ่ายข้างต้นรวมได้ ไม่เกิน 4000 บาท โดยสมาชิกจะสามารถขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในแต่ละหมวดได้ไม่เกิน 3000 บาท
4. เงื่อนไขการขอรับสวัสดิการของสมาชิก
4.1 สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญสมาชิกประจำปี 2562 จะมีสิทธิ์ขอรับสวัสดิการได้ ทันทีจำนวน 2000 บาท
4.2 สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญ สมาชิกประจำปี 2562 และเข้าร่วมกิจกรรมที่ สมาคม เป็นผู้จัด หรือได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนสมาคมไปเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดโดยหน่วยงานอื่น 1 ครั้ง จะมีสิทธิ์ขอรับสวัสดิการได้จำนวน 3000 บาท
4.3 สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญ สมาชิกประจำปี 2562 และเข้าร่วมกิจกรรมที่ สมาคมเป็นผู้จัด หรือได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนสมาคมไปเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดโดยหน่วยงานอื่น 2 ครั้ง จะมีสิทธิ์ขอรับสวัสดิการได้เต็มจำนวน 4000 บาท
4.4 สมาชิกที่ได้รับการอนุมัติหนังสือลาประชุมจะสามารถขอรับสวัสดิการได้จำนวน 2000 บาท เมื่อท่านเข้าร่วมกิจกรรมที่สมาคมเป็นผู้จัด หรือได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนสมาคมไป เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดโดยหน่วยงานอื่น 2 ครั้ง
4.5 สมาชิกที่ได้รับการอนุมัติหนังสือลาประชุมจะสามารถขอรับสวัสดิการได้จำนวน 3000 บาท เมื่อท่านเข้าร่วมกิจกรรมที่สมาคมเป็นผู้จัด หรือได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนสมาคมไป เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดโดยหน่วยงานอื่น 3 ครั้ง
4.6 สมาชิกที่ได้รับการอนุมัติหนังสือลาประชุมจะสามารถขอรับสวัสดิการได้จำนวน 4000 บาท เมื่อท่านเข้าร่วมกิจกรรมที่สมาคมเป็นผู้จัด หรือได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนสมาคมไป เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดโดยหน่วยงานอื่น 4 ครั้ง
5. สมาชิกที่ประสงค์จะยื่นขอรับสวัสดิการจากสมาคม ต้องส่งหลักฐานเป็นใบเสร็จ หรือสำเนาใบเสร็จค่าใช้จ่าย ที่ต้องการจะยื่นขอรับสวัสดิการ พร้อมด้วยสำเนาบัตรสมาชิกสมาคมบัณฑิตตาบอดไทย พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและลงลายมือชื่อ ที่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย โดยอาจนำส่งเอกสารด้วยตนเองที่สำนักงานสมาคมบัณฑิตตาบอดไทย ฝากเอกสารไว้กับกรรมการหรือเจ้าหน้าที่สมาคมฯ หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์มาที่สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย 68/4 ถนนสุขุมวิท101/1 ซอยวชิรธรรมสาธิต14 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 ทั้งนี้ใบเสร็จที่เป็นหลักฐานในการยื่นขอรับสวัสดิการจะต้องลงวันที่ระหว่าง 1 เมษายน 2562 ถึง 31 มีนาคม 2563
6. เมื่อสมาคมได้รับเอกสารขอรับสวัสดิการจากท่าน เอกสารของท่านจะได้รับการพิจารณาในการประชุมกรรมการบริหารสมาคมครั้งถัดไปและทางสมาคมจะแจ้งผลการพิจารณาให้ท่านทราบภายใน 15 วันนับจากวันพิจารณาเอกสาร
ทั้งนี้สมาชิกสามารถยื่นคำชี้แจงประกอบหลักฐานเอกสารขอรับสวัสดิการให้กรรมการ สมาคมพิจารณาได้ แต่มติของกรรมการให้ถือเป็นที่สุด

ประกาศ ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2562

(นายเอกกมล แพทยานันท์)
นายกสมาคมบัณฑิตตาบอดไทย

เอกสารแนบท้าย : ประกาศคณะกรรมการบริหารสมาคมบัณฑิตตาบอดไทย ฉบับที่ 5/2562
เรื่องการขอรับสวัสดิการประจำปี 2562
ตัวอย่างรายการขอรับสวัสดิการตามหมวดที่ 1
1. ค่าลงทะเบียนเรียนระดับปริญญาตรีปริญญาโทหรือปริญญาเอก
2. ค่าลงทะเบียนเรียน อบรม สัมมนาในหลักสูตรทั้งระยะสั้นและระยะยาวซึ่งรวมถึงหลักสูตรออนไลน์ ที่สามารถเพิ่มพูนความรู้และสร้างทักษะใหม่กับบัณฑิตตาบอด ทั้งความรู้ด้านมนุษย์ศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การเงิน การบริหาร และทักษะด้านการใช้เทคโนโลยี ภาษาต่างประเทศ ดนตรี กีฬา ศิลปะ บุคลิกภาพ ทักษะทางสังคม และทักษะในการประกอบอาชีพ
3. ค่าใช้จ่ายในการซื้อหนังสือ หนังสือเสียง หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อ เพิ่มพูน ความรู้ ทั้ง ในด้าน มนุษย์ศาสตร์ สังคมสาด วิทยาศาสตร์ การเงิน การบริหาร และความรู้ทั่วไปที่เป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวัน
4. ค่าผ่านประตู ค่าเข้าชมแหล่งเรียนรู้ เช่น พิพิธภัณฑ์และการแสดงที่เพิ่มพูนความรู้กับบัณฑิตตาบอดเช่นความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ศิลปวัฒนธรรมเป็นต้น
ตัวอย่างรายการขอรับสวัสดิการตามหมวดที่ 2
1. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและคอมพิวเตอร์พกพา (PC, Laptop and All in one)
2. โทรศัพท์มือถือแบบ Smart phone, Tablet, Smart Watch, อุปกรณ์พกพาและอุปกรณ์สวมใส่ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือระบบปฏิบัติการที่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ในกาศึกษา การงานอาชีพและชีวิตประจำวัน
3. เครื่องบันทึกเสียง
4. อุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับอุปกรณ์จากข้อที่ 1, 2 และ 3
4.1 หูฟังทั้งแบบมีสายและไร้สาย
4.2 ลำโพงทั้งแบบมีสายและไร้สาย
4.3 แป้นพิมพ์ทั้งแบบมีสายและไร้สาย
4.4 Adaptor และสายชาร์จ ทั้งแบบมีสายและไร้สาย
4.5 แบตเตอรี่สำรอง (PowerBank)
4.6 อุปกรณ์ขาตั้งกล้องและไม้เซลฟี่สำหรับการทำ Facebook Live หรือ Youtuber
4.7 Printer และ Scanner
4.8 Removable drive เช่น Flash drive, SD Card, Micro SD Card และ External Hard disk เป็นต้น
4.9 Audio Interface
4.10 ไมโครโฟน
5. Software และ Application ที่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ในการศึกษา การงานอาชีพและชีวิตประจำวัน
6. เครื่องมือช่วยสำหรับการมองเห็นเช่น อุปกรณ์สำหรับขยายหน้าจอ แว่นตาเฉพาะทาง เป็นต้น
7. เครื่องมือสำหรับการนำทาง เช่น ไม้เท้าขาวแบบต่างๆ เป็นต้น
8. Smart TV ที่เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ในการศึกษา การงานอาชีพและชีวิตประจำวัน
9. อุปกรณ์ IOT – Internet of Things ที่เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ในการศึกษา การงานอาชีพและชีวิตประจำวัน

หมายเหตุ : รายการนอกเหนือจากนี้ให้อยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เป็นกรณีไป

ผังโครงสร้างกรรมการบริหารสมาคม

รูปโครงสร้างกรรมการ

 

รายชื่อคณะกรรมการบริหาร

  1. นายเอกกมล               แพทยานันท์        นายกสมาคม
  2. นางสาวอิศวรา            ศิริรุ่งเรือง   อุปนายก
  3. นายกรินทร์                เศรษฐธนบดี        อุปนายก
  4. นางสาวฐิติกาญ           สุนทรวิรุฬโรฒ     เลขานุการ
  5. นายเทวพงษ์               พวงเพชร    เหรัญญิก
  6. นางสาวนันทนุช          สุวรรนาวุธ  นายทะเบียน
  7. นายสิทธิโชค              วรอิทธินันท์ ประชาสัมพันธ์
  8. นางสาวกรรณิการ์        เอี่ยมไธสง   ปฏิคม

ข้อบังคับสมาคมบัณฑิตตาบอดไทย (ปรับปรุง พ.ศ. 2562)

ข้อบังคับ
ของ
สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย

หมวดที่ 1
ความทั่วไป
ข้อ 1. สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย” ย่อว่า “สบฑท” เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “THAI GRADUATES SOCIETY OF THE BLIND ” ย่อว่า “TGSB”
ข้อ 2. เครื่องหมายของสมาคม มีลักษณะเป็นรูปบัณฑิตตาบอดสวมชุดครุยและใส่หมวกบัณฑิต มือขวาถือไม้ท้าวในลักษณะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยเท้าซ้าย มีชื่อ “สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย” เป็นรูปโค้งอยู่ด้านบนและมีชื่อย่อภาษาอังกฤษ “TGSB” เป็นรูปโค้งอยู่ด้านล่างในลักษณะโค้งเข้าหากัน
รูปของเครื่องหมายสมาคม

ข้อ 3. สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ ณ เลขที่ 68/4 ซอยวชิรธรรมสาธิต 14 ถนนสุขุมวิท 101/1 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
ข้อ 4. คำว่า “ สมาคมฯ” ต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายถึง “สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย”
ข้อ 5. วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ
5.1 เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ ระหว่างบัณฑิตตาบอดทั้งในประเทศและ
ต่างประเทศ ตลอดจนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของสมาคมให้แก่สมาชิก
5.2 ส่งเสริมให้เกิดสังคม ซึ่งคนตาบอดสามารถอยู่ร่วมกับคนทั่วไปได้ โดยปราศจากอุปสรรคและการเลือกปฏิบัติ บนพื้นฐานของความเท่าเทียมกันทางสิทธิและเสรีภาพ
5.3 ส่งเสริมและขยายโอกาสให้คนตาบอดประสบความสำเร็จทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษาตามความต้องการและความสามารถของแต่ละบุคคล
5.4 ส่งเสริม พัฒนา และพิทักษ์สิทธิในการประกอบอาชีพของบัณฑิตตาบอด รวมทั้งสนับสนุนให้มีโอกาสในการประกอบอาชีพตรงตามความรู้ความสามารถที่ได้สำเร็จการศึกษา
5.5 ส่งเสริมให้บัณฑิตตาบอดสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอันเป็นสาธารณะ
5.6 ประสานงานและร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์
5.7 ส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิก ตลอดจนครอบครัวจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือสลากประเภทอื่นที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือรัฐบาลพิมพ์ออกจำหน่าย
5.8 ไม่จัดตั้งโต๊ะบิลเลียด ไม่ดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการพนัน ไม่นำผลกำไรหรือหารายได้มาแบ่งปันกัน ตลอดจนไม่ทำให้เสื่อม เสียศีลธรรม จารีตประเพณีอันดีงามของชาติ

หมวดที่ 2
สมาชิก

ข้อ 6. สมาชิกของสมาคม มี 3 ประเภท คือ
6.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ คนตาบอดที่สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป จากสถาบันการศึกษาของภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
6.2 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ คนตาบอด หรือ บุคคลทั่วไป ที่สนใจในกิจกรรมของสมาคม
6.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมและบุคคลผู้นั้นตอบรับคำเชิญ
ข้อ 7. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้
7.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
7.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
7.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
7.4 ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้
ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษการต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น
ข้อ 8. ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุงสมาคม และหลักฐานในการสมัคร
8.1 ค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงสมาคม
8.1.1 สมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการสมัคร ครั้งแรกรายละ 50
บาท ค่าบำรุงรายปี ปีละ 100 บาท ค่าบำรุงตลอดชีพ 300 บาท กรณีที่ชำระค่าบำรุงรายปีจะต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี สมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญที่ค้างชำระค่าบำรุงรายปีเกินกำหนดถึง 2 เดือน สมาชิกท่านนั้นย่อมหมดสิทธิต่างๆ ตามที่ระเบียบสมาคมกำหนดไว้จะได้รับสิทธิต่างๆ คืนต่อเมื่อได้ชำระค่าบำรุงที่ค้างไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
8.1.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
8.2 หลักฐานการสมัครเป็นสมาชิกของสมาคม ผู้สมัครต้องยื่นหลักฐานในการสมัคร ดังนี้
8.2.1 สำเนาทะเบียนบ้าน
8.2.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
8.2.3 สำเนาสมุดทะเบียนคนพิการ (เฉพาะสมาชิกสามัญ)
8.2.4 สำเนาวุฒิการศึกษา ระดับปริญญาตรีขึ้นไป (เฉพาะสมาชิกสามัญ)
8.2.5 รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 3 รูป หน้าตรง ไม่ใส่แว่น ไม่สวมหมวก
ข้อ 9. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขานุการ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 1 คน และให้เลขานุการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้สมาชิกอื่นๆ ของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขานุการนำใบสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมและเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใด ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว
ข้อ 10. ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการ และสมาชิกภาพของผู้สมัคร ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก
ข้อ 11. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม
ข้อ 12. สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดด้วยเหตุดังต่อไปนี้
12.1 ตาย
12.2 ลาออก โดยยื่นเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ โดยสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ติดค้างกับสมาคมเรียบร้อยแล้ว
12.3 ขาดคุณสมบัติสมาชิก
12.4 ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะ
สมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
ข้อ 13. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
13.1 มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการใช้สถานที่ของสมาคม
13.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมต่อคณะกรรมการตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
13.3 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการใช้
สวัสดิการของสมาคม
13.4 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
13.5 สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมี
สิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนนเสียง (ห้ามออกเสียงแทนกัน)
13.6 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม โดยต้องมี
สมาชิกสามัญลงลายมือชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า 25 คน
13.7 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกสามัญจำนวน 100
คน ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
13.8 มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
13.9 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
13.10 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคม
13.11 มีหน้าที่เข้าร่วมประชุมใหญ่ หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
13.12 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

หมวดที่ 3
การดำเนินกิจการสมาคม

ข้อ 14. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมมีจำนวนอย่างน้อย 7 คน อย่างมากไม่เกิน 15 คน คณะกรรมการนี้ต้องเป็นสมาชิกสามัญได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม โดยสมัครเป็นคณะ ซึ่งมีตำแหน่งและหน้าที่ดังต่อไปนี้
14.1 นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อ
กับบุคคลภายนอก หรือการทำนิติกรรมต่างๆ ของสมาคม และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม
14.2 อุปนายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่ที่
นายกสมาคมได้มอบหมาย และทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคมให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
14.3 เลขานุการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาคม
14.4 เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
14.5 ปฏิคม มีหน้าที่ในการต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคมและจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของสมาคม
14.6 นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
14.7 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
14.8 กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้นโดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้ว จะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง
ข้อ 15. คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 4 ปี โดยให้นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นต้นไป และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระหรือพ้นวาระตามข้อ 17 ให้จัดการเลือกตั้งภายใน 30 วันนับแต่วันที่พ้นวาระ หรือวันที่คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่ง
เมื่อที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่แล้ว จะต้องทำการยื่นขออนุญาตจดทะเบียนคณะกรรมการต่อทางราชการภายใน 30 วัน นับจากวันเลือกตั้ง
ในระหว่างที่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการก็ให้คณะกรรมการชุดเก่ารักษาการไปพลางก่อนจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
เมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
ข้อ 16. ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น
ข้อ 17. กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ
17.1 ตาย
17.2 ลาออก
17.3 ขาดจากสมาชิกภาพ
17.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
ข้อ 18. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการและเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก จึงจะถือว่ามีผลสมบูรณ์
ข้อ 19. คุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นนายกสมาคม
19.1 ต้องเป็นสมาชิกสามัญของสมาคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
19.2 มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป
19.3 มีวุฒิการศึกษา ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
19.4 ต้องไม่มีหนี้สินค้างชำระอยู่กับสมาคม
ข้อ 20. คุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นกรรมการ
20.1 ต้องเป็นสมาชิกสามัญของสมาคมไม่น้อยกว่า 1 ปีขึ้นไป
20.2 มีอายุ ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป
20.3 มีวุฒิการศึกษา ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
20.4 ต้องไม่มีหนี้สินค้างชำระอยู่กับสมาคม
ข้อ 21. คุณสมบัติของสมาชิกที่มีสิทธิเลือกตั้ง ต้องเป็นสมาชิกของสมาคมมาแล้วมาน้อยกว่า 60 วัน นับไปถึงวันเลือกตั้ง
ข้อ 22. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
22.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
22.2 มีอำนาจแต่งตั้ง และ ถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม เมื่อกระทำความผิดต่อหน้าที่ หรือ ไม่สนองต่อนโยบายของคณะกรรมการ
22.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการ ที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการ ที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
22.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
22.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
22.6 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
22.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
22.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกสามัญจำนวน 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือ สมาชิกสามัญ จำนวน 100 คน ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
22.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรม
ต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถจัดให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
22.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
22.11 มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
ข้อ 23. คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม
ข้อ 24. การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุมมติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 25. ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้คณะกรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวดที่ 4
การประชุมใหญ่

ข้อ 26. การประชุมใหญ่ของสมาคมมี 2 ชนิด คือ
26.1 การประชุมใหญ่สามัญ
26.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ 27. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ 1 ครั้ง ภายใน 120 วัน นับจากวันสิ้นปีงบประมาณของสมาคม
ข้อ 28. การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกสามัญ จำนวน 100 คน ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น
ข้อ 29. การแจ้งกำหนดการประชุมใหญ่ ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบ และการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุ วัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนถึงวันกำหนดประชุมใหญ่
ข้อ 30. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
30.1 แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
30.2 แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
30.3 เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดตามวาระ
30.4 เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
30.5 เรื่องอื่นๆ ( ถ้ามี )
ข้อ 31. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของสมาคมเรียกประชุมใหม่อีกครั้ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน 14 วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้มีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม
ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญซึ่งเกิดจากการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิก ถ้ามีสมาชิกสามัญมาร่วมประชุมไม่ถึงจำนวนครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด ก็ไม่ต้องจัดการประชุมให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก
ข้อ 32. การลงมติต่างๆ ในที่ประชุม ถ้าข้อบังคับไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติเท่ากันก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 33. ในการประชุมใหญ่ของสมาคมถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวดที่ 5
การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ 34. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามีให้นำฝากไว้ที่ธนาคารในนามสมาคม โดยให้นายกสมาคมลงลายมือชื่อร่วมกับเหรัญญิก และเลขานุการ การเบิกถอนให้กระทำได้โดยลงลายมือชื่อ 2 ใน 3 ของผู้เปิดบัญชีในนามสมาคม
ข้อ 35. การลงนามในตั๋วแลกเงิน หรือ เช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้กระทำการแทน ลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือ เลขานุการ พร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้
ข้อ 36. ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และ คณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นต้องจ่ายเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม เว้นแต่เป็นการจ่ายเงินที่กำหนดไว้ในโครงการของสมาคม ก็ให้เป็นไปตามรายจ่ายที่กำหนดไว้ตามโครงการนั้นๆ
ข้อ 37. ให้เหรัญญิก มีอำนาจในการเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกิน
กว่าจำนวนนี้จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันที่ที่โอกาสอำนวยให้
ข้อ 38. เหรัญญิก จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือการจ่ายทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง
ข้อ 39. ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อ 40. ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม เพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้
ข้อ 41. คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ

หมวดที่ 6
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ 42. ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
ข้อ 43. การเลิกสมาคมจะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
ข้อ 44. เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่ หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์

บทเฉพาะกาล

ข้อ 45. ข้อบังคับฉบับนี้ ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
ข้อ 46. เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ และสมาชิกภาพของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น เริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนเป็นต้นไป
ให้คณะกรรมการชุดแรกที่เป็นผู้เริ่มต้นก่อตั้งสมาคม บริหารงานไปจนกว่าจะครบวาระตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้ แล้วจึงจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการของสมาคมชุดใหม่ต่อไป

ลงชื่อ …………………………………………………………..ผู้จัดทำข้อบังคับ
(นายเอกกมล แพทยานันท์)

ประกาศสมาคมบัณฑิตตาบอดไทยฉบับที่ 8/2562 เรื่อง การรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ การสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การเตรียมความพร้อมคนตาบอดเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานเปิด”

Logo สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย
— มีงาน มีเงิน มีคุณภาพชีวิต
สมาคมบัณฑิตตาบอดไทยเชิญชวนน้องๆ ว่าที่บัณฑิต บัณฑิตจบใหม่ หรือเพื่อนๆ
ตาบอดที่ต้องการสมัครงานกับหน่วยงาน องค์กร หรือบริษัท
แล้วยังไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรให้โดดเด่นกว่าคนอื่นมาพบกับฝ่ายบุคคลตัวจริงเสียงจริง
ที่จะมาสอนตั้งแต่เทคนิคการค้นหาตำแหน่งงานที่น่าสนใจ
เขียนใบสมัครและประวัติส่วนตัวอย่างไรไม่ให้ถูกโยนลงถังขยะ
ไปจนถึงการแต่งตัวและวางตัวอย่างไรเพื่อสร้างความประทับใจแรกเมื่อเราก้าวเท้าเข้าห้องสัมภาษณ์
ตอบคำถามด้วยความมั่นใจ จนทำให้เราได้งาน

นอกจากนี้ เรายังจะได้รับฟังประสบการณ์จากคนตาบอดที่ประสบความสำเร็จจากการได้รับการจ้างงาน
มาเล่าสู่กันฟัง พร้อมตอบคำถามคาใจจากประสบการณ์ตรง และแบ่งปันเทคนิคดีๆ
ในการทำอย่างไรให้ทำงานอย่างมีความสุข
โดยไม่ต้องลาออกหรือถูกเลิกจ้างก่อนเวลาอันควร

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ
1 เป็นคนตาบอดที่มีอายุระหว่าง 18-45 ปี
2 ต้องการทำงานประจำในสถานประกอบการภาครัฐหรือเอกชน
3 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือเป็นนิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาในชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป

งานดีมีประโยชน์แบบนี้พลาดไม่ได้ รีบสมัครด่วนรับจำนวนจำกัดที่
1. เจ้าหน้าที่สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย 0-2042-4245 จันทร์-ศุกร์ 09.00-16.00 น.
2 นายเอกกมล แพทยานันท์ 081-907-0228

วัน-เวลาที่จัดกิจกรรม 6-8 กันยายน 2562
สถานที่: โรงแรมเอลิซาเบธ

โครงการได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
ประกาศ ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2562

เอกกมล แพทยานันท์
นายกสมาคมบัณฑิตตาบอดไทย

หมายเหตุ สมาคมจะจ่ายค่าที่พักค่าอาหาร และค่าพาหนะของผู้เข้าร่วมโครงการทุกท่าน สำหรับท่านที่ต้องการนำผู้ติดตามมาด้วยจะต้องชำระค่าใช้จ่ายเองเป็นเงิน 3,600 บาท ต่อผู้ติดตาม 1 คน
สามารถอ่านร่างกำหนดการได้จาก ร่างกำหนดการ กดอ่านที่นี่